12 min readTypeScript
TypeScript 7 เร็วขึ้น 10 เท่า แล้วทำไมหลายโปรเจกต์ยังต้องลง TS6 คู่กัน
tsc ที่พอร์ตเป็น Go เร็วขึ้นราว 8–12 เท่าตามตัวเลขของ Microsoft แต่ 7.0 ไม่มี programmatic API ทำให้ typescript-eslint และเครื่องมือของ Vue, Svelte, Astro, MDX, Angular ยังต้องพึ่ง 6.0 บันทึกจากเดฟ·PM·PO ว่าทำไมคอขวดจริงคือ tooling และ checklist ว่าเมื่อไรควรลงคู่กัน

ข่าว TypeScript 7 อ่านแล้วอยากอัปเกรดทันทีครับ compiler พอร์ตเป็น Go แล้ว เร็วขึ้นราว 10 เท่า พิมพ์ npm install -D typescript ก็ได้มาเลย
แต่พออ่านประกาศของทีม TypeScript จนจบ จะเจอส่วนหนึ่งที่สอนวิธีติดตั้ง TypeScript 6 ไว้ข้าง ๆ กัน มีแพ็กเกจแยก มีคำสั่ง tsc6 แยก
ผมเป็นทั้ง developer, PM และ PO ที่ Mulberrysoft ใช้ Next.js กับ agent แทบทุกวัน เรื่องแบบนี้ผมเลยมองสองชั้น ชั้นเดฟถามว่าเร็วแค่ไหน ชั้น PM ถามว่าอัปแล้วอะไรในทีมจะพังบ้าง และโพสต์นี้เกิดจากชั้นที่สองครับ
จุดยืนของผมมีอยู่ว่า ความเร็วเป็นของ compiler แต่ความพร้อมเป็นของทั้ง toolchain และ toolchain เดินช้าเท่ากับตัวที่ช้าที่สุดเสมอ
ไทม์ไลน์สั้น ๆ
ก่อนเข้าเรื่อง ขอเรียงลำดับให้เห็นภาพครับ
- 23 มี.ค. 2026 TypeScript 6.0 ออก ทีมเรียกมันว่าสะพานระหว่าง 5.9 กับ 7.0 และตั้งใจให้เป็นรุ่นสุดท้ายที่ใช้ codebase JavaScript เดิม หลังจากนั้น 6.0 เข้าโหมด maintenance รับแก้แค่เรื่องจำเป็นอย่าง security และ regression ร้ายแรง
- 8 ก.ค. 2026 TypeScript 7.0 ออก เป็น native port ด้วย Go ที่หลายคนเคยรู้จักในชื่อ tsgo
- 20 ต.ค. 2026 TypeScript 7.1 Beta ออก เริ่มมี API ใหม่ให้เครื่องมือต่าง ๆ
เร็วจริง และเป็นตัวเลขของ Microsoft เอง
Microsoft บอกว่าโดยทั่วไป full build เร็วขึ้นระหว่าง 8 ถึง 12 เท่า ตัวอย่างจากตารางในประกาศ ซึ่งวัดกับ open-source codebase ที่ค่า default --checkers 4:
| Codebase | TS 6 | TS 7 | เร็วขึ้น |
|---|---|---|---|
| vscode | 125.7 วินาที | 10.6 วินาที | 11.9 เท่า |
| sentry | 139.8 วินาที | 15.7 วินาที | 8.9 เท่า |
| playwright | 12.8 วินาที | 1.47 วินาที | 8.7 เท่า |
| tldraw | 11.2 วินาที | 1.46 วินาที | 7.7 เท่า |
ตารางนี้เป็นตัวเลขของผู้ผลิตบนโปรเจกต์ที่เขาเลือก โปรเจกต์ของเราจะได้เท่าไรต้องวัดเอง แต่ต่อให้หักลบแล้ว ผมก็ไม่สงสัยว่าเร็วขึ้นในระดับที่รู้สึกได้
ส่วนนี้เป็นความเห็นของผมครับ ความเร็วนี้มีความหมายเพิ่มขึ้นในยุค agent เพราะ type check คือหนึ่งในสัญญาณแรกที่ agent ใช้รู้ว่าเพิ่งแก้อะไรพัง ยิ่งรอบสั้น ยิ่งวนแก้ได้หลายรอบก่อนงานจะมาถึงมือเรา ทีมที่ปล่อย agent รัน tsc ซ้ำใน loop น่าจะได้ประโยชน์ตรงนี้ชัด แต่ type check ที่เร็วขึ้นบอกได้แค่ว่า type ตรงกัน ไม่ได้บอกว่าคนในทีมเข้าใจโค้ดนั้น
แล้วติดตรงไหน: 7.0 ไม่มี API
ประกาศเขียนไว้ตรง ๆ ว่า "While TypeScript 7.0 is here, it does not ship with an API."
ประโยคนี้สั้นแต่กระทบเยอะครับ เพราะ tsc ที่เราพิมพ์เองเป็นแค่หนึ่งในผู้ใช้ TypeScript ของโปรเจกต์ เครื่องมืออีกหลายตัว import แพ็กเกจ typescript เข้าไปเรียก compiler, type checker และ language service ตรง ๆ พอ 7.0 ไม่มีทางเข้านั้น เครื่องมือพวกนี้ก็ไปต่อไม่ได้ ไม่ว่า compiler จะเร็วแค่ไหน
ตามประกาศ กลุ่มที่โดนมีประมาณนี้:
- typescript-eslint ต้องการเข้าถึง compiler แบบ programmatic และคาดว่าจะ import จาก
typescriptผ่าน peer dependency - Vue, MDX, Astro, Svelte และอื่น ๆ เครื่องมืออย่าง Volar ฝัง TypeScript ไว้ใน compiler และ language service ของตัวเอง ตอนออก 7.0 จึงพึ่งได้แค่ 6.0
- Angular มี type check เฉพาะทางใน template ซึ่งประกาศบอกว่ามีแนวโน้มยังไม่ใช้ 7
เคส typescript-eslint น่าอ่านเป็นพิเศษครับ เพราะหลายโปรเจกต์มีมันอยู่แบบไม่รู้ตัว blog ตัวนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น ผมเปิด package.json ดูแล้วไม่มีชื่อมันโดยตรง แต่ eslint-config-next ดึงมาเป็น dependency
ใน issue ติดตามงาน TS7 ซึ่งตอนที่ผมอ่านยังเปิดอยู่ คอมเมนต์ล่าสุดเมื่อ 29 ก.ย. 2026 ของ maintainer บอกว่างานรองรับ TypeScript 7.1 นิ่งขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังเป็น work in progress และมีประโยคที่ตรงกับหัวข้อโพสต์นี้มาก "we're not expecting performance to be significantly better with TS7 than TS6 at least for this initial IPC-based version."
พูดง่าย ๆ คือ tsc อาจเร็วขึ้นสิบเท่า แต่ typed linting ในรุ่นแรกที่จะรองรับ อาจไม่ได้เร็วขึ้นตามไปด้วย คนที่อัปเพราะอยากให้ CI ทั้งเส้นเร็วขึ้นสิบเท่าจึงควรวัดเป็นขั้น ๆ ไม่ใช่ดูแค่ขั้น tsc
ทางออกของทีม TS: วาง 6 ไว้ข้าง 7
ทีม TypeScript แก้เรื่องนี้ด้วยแพ็กเกจ @typescript/typescript6 ซึ่งให้คำสั่ง tsc6 และ re-export API ของ 6.0
ถ้าโปรเจกต์ยังไม่พร้อมใช้ 7 เลย ให้ alias ชื่อ typescript ไปที่แพ็กเกจนี้ เครื่องมือที่ import จาก typescript ก็ยังทำงานได้:
npm install -D typescript@npm:@typescript/typescript6
แต่วิธีนี้จะเหลือแค่ tsc6 ถ้าอยากได้ tsc ของ 7 มาใช้คู่กันด้วย ประกาศแนะนำแบบนี้:
{
"devDependencies": {
"@typescript/native": "npm:typescript@^7.0.2",
"typescript": "npm:@typescript/typescript6@^6.0.2"
}
}
จุดที่ต้องอ่านดี ๆ คือชื่อมันสลับกับที่คุ้นครับ ในโปรเจกต์แบบนี้ แพ็กเกจชื่อ typescript คือ 6.0 เพื่อให้เครื่องมือเดิมเจอ API ที่ต้องการ ส่วน 7.0 อยู่ใต้ชื่อ @typescript/native คำสั่ง tsc คือ 7 และ tsc6 คือ 6 ใครเข้ามาอ่าน package.json ทีหลังอาจงงได้ ผมว่าควรเขียนโน้ตเหตุผลไว้ใน README หรือไฟล์คำสั่งของ agent ด้วย ไม่อย่างนั้นวันหนึ่งจะมีคนหรือ agent มา "แก้ให้ถูก" แล้วงานพังโดยไม่รู้สาเหตุ
สำหรับเฟรมเวิร์กที่ต้องพึ่ง 6.0 ประกาศแนะนำให้แบ่งหน้าที่แบบนี้ครับ ใช้ 7 กับ tsc เพื่อหา error ทั้งโปรเจกต์ให้เร็วใน CLI และใช้ 6.0 ฝั่ง editor ส่วนใน VS Code ถ้า language server ใหม่มีปัญหา มีคำสั่ง "Disable TypeScript 7 Language Server" ให้ย้อนกลับไป 6.0 ได้
มุม Next.js: ต้องดูเวอร์ชันของเราเอง
เรื่องนี้ผมเช็กกับ repo ของ blog ตัวเองแล้วได้คำตอบที่ไม่ตรงกับหน้า docs ล่าสุดครับ
เอกสาร TypeScript ของ Next.js ฉบับปัจจุบันบอกว่า next build ใช้ tsc ของโปรเจกต์เป็น default จึงรองรับ TypeScript 7 ได้โดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่ม ถ้าอยากกลับไปใช้ compiler API ให้ตั้ง experimental.useTypeScriptCli เป็น false แต่ docs ก็เตือนว่า flag นี้ยังเป็น experimental และการตรวจผ่าน CLI จะได้ diagnostics ของ tsc ตรง ๆ ไม่มี code frame หรือการแปล error เฉพาะของ Next.js
แต่ blog นี้ยังอยู่ที่ Next.js 16.0.10 กับ TypeScript 5 ครับ ผมไล่ใน node_modules แล้วไม่เจอ useTypeScriptCli เลย และ runTypeCheck.js เรียก createProgram กับ createIncrementalProgram ตรง ๆ ซึ่งเป็น API ที่ 7.0 ไม่มี ดังนั้นถ้าผมเปลี่ยนแค่ TypeScript โดยไม่อัป Next.js ด้วย ก็คาดได้ว่าขั้น type check ใน next build จะมีปัญหา หน้า docs ไม่ได้ระบุว่า flag นี้เริ่มมีตั้งแต่รุ่นไหน ใครจะอัปจึงควรเช็กกับเวอร์ชันที่ใช้จริง
บทเรียนจากจุดนี้เล็กแต่ใช้ได้ทุกโปรเจกต์ครับ docs ล่าสุดตอบคำถามของ Next.js รุ่นล่าสุด ไม่ได้ตอบคำถามของ lockfile เรา
ทำไมไม่ข้าม 6 ไปเลย
คำถามถัดมาที่น่าจะเจอคือ ถ้า 6 เป็นแค่สะพาน กระโดดจาก 5.x ไป 7 เลยไม่ได้หรือ คำแนะนำของทีม TS คือขึ้น 6.0 ก่อน และผมเห็นด้วยครับ เหตุผลมีสองข้อ
ข้อแรก default เปลี่ยนชุดใหญ่ 7.0 รับ default ใหม่จาก 6.0 มาทั้งหมด เช่น strict เป็น true, module เป็น esnext, target เป็น ECMAScript รุ่น stable ปัจจุบัน, rootDir เป็น ./ และ types เป็น [] ข้อท้ายสองข้อนี้ดูเล็กแต่ทำให้โปรเจกต์ที่เคยปล่อยค่าไว้ให้ระบบเดาต้องกลับมาระบุเอง เช่น ตั้ง "types": ["node"] และ "rootDir": "./src"
ข้อสอง ของที่ 6 แค่เตือน 7 จะ error ตัวอย่างจากรายการในประกาศ:
target: es5และdownlevelIterationmoduleResolution: node(หรือnode10) และclassicmodule: amd,umd,systemjs,nonebaseUrlesModuleInteropหรือallowSyntheticDefaultImportsที่ตั้งเป็นfalse- keyword
assertsบน import ซึ่งต้องเปลี่ยนเป็นwith
ใน 6.0 เรายังปิดคำเตือนชั่วคราวได้ด้วย "ignoreDeprecations": "6.0" แต่ประกาศของ 6.0 ย้ำว่า 7.0 จะไม่รองรับ option ที่ deprecate แล้วเหล่านี้ นี่คือประโยชน์ของการมีสะพานครับ เราได้เห็นรายการหนี้ทั้งหมดในรุ่นที่ยังทำงานอยู่ แทนที่จะเจอมันพร้อมกันตอนย้ายรุ่นใหญ่
ที่ผมชอบที่สุดคือเงื่อนไขความพร้อมที่ทีม TS ให้มาค่อนข้างวัดได้ โค้ดที่ compile ผ่านสะอาดบน 6.0 โดยเปิด stableTypeOrdering และไม่ได้ตั้ง ignoreDeprecations ควร compile ได้เหมือนกันบน 7.0 แทบทั้งหมด แปลเป็นภาษา PM ได้ว่า definition of done ของการขึ้น 6 คือไม่ต้องพึ่ง ignoreDeprecations อีกต่อไป
เครื่องมือช่วยมีครับ ts5to6 ซึ่งยังเป็น experimental ช่วยปรับ baseUrl กับ rootDir ให้ทั้ง codebase ส่วน --stableTypeOrdering ใช้เทียบความต่างระหว่าง 6 กับ 7 เท่านั้น ทีม TS เตือนว่าไม่ได้มีไว้ใช้ยาว และอาจทำให้ type check ช้าลงได้ถึง 25%
งานเก็บ deprecation แบบนี้เหมาะจะให้ agent ช่วยทำ เพราะมี error เป็นตัวบอกว่าเสร็จหรือยัง แต่ผมจะยังอ่าน diff ของ tsconfig เองครับ ค่าใน paths, rootDir หรือ types คือการตัดสินใจเรื่องขอบเขตของโปรเจกต์ ไม่ใช่แค่การทำให้ error หาย
แล้ว 7.1 ล่ะ รอไปเลยดีไหม
7.1 Beta เริ่มเติมของที่ขาดแล้วครับ มี API ใหม่ทั้งแบบ sync และ async (typescript/sync, typescript/async) และมีจุดต่อ plugin ใหม่ชื่อ content mapper ซึ่งแปลงไฟล์นามสกุลอื่นเป็นตัวแทนเสมือนให้ TypeScript อ่าน ประกาศบอกว่ามีการทำ prototype หรือ implement ไว้แล้วสำหรับ Astro, CSS Modules, Ember, MDX, Svelte และ Vue
ฟังดูดี แต่ผมอ่านแล้วยังไม่ถือเป็นเหตุผลให้ข้าม 6 ด้วยเหตุผลสามข้อ:
- มันยังเป็น Beta และ API นี้เป็นของใหม่ที่ "different" จากเดิม เครื่องมือต้องพอร์ตมา ไม่ใช่แค่ bump เวอร์ชัน
- คำว่า "prototyped or implemented" ยังไม่เท่ากับเครื่องมือในโปรเจกต์เรารองรับแล้ว ตัวอย่าง
@vue/content-mapperในประกาศเองก็ระบุว่ายังไม่อยู่บน npm - ของที่ deprecate ใน 6 ก็ยังเป็น error เหมือนเดิม ไม่ว่าจะรอไปถึงรุ่นไหน งานขึ้น 6 จึงไม่ได้เปล่าประโยชน์เลย
ดังนั้นคำตอบของผมคือไม่ต้องรีบย้ายมาที่ 7 แต่เริ่มงานขึ้น 6 ได้เลยครับ
Checklist: เมื่อไรควรลงคู่ TS6 + TS7
ข้อนี้เป็นกรอบคิดของผมเอง ไม่ใช่คำแนะนำทางการ ปรับตามโปรเจกต์ได้ครับ
ลง 7 อย่างเดียวได้เลย ถ้า
- โปรเจกต์เป็น TypeScript ล้วน ไม่มี Vue, Svelte, Astro, MDX หรือ Angular
- ไม่ใช้ typescript-eslint และไม่มีเครื่องมือหรือสคริปต์อื่นที่ import
typescriptมาเรียก API - framework ที่ใช้รองรับการ type check ด้วย 7 ในเวอร์ชันที่เราล็อกไว้จริง
ลงคู่กัน ถ้า
- ใช้ typescript-eslint อยู่ แต่อยากได้
tscที่เร็วขึ้นใน CI - ใช้ framework ที่ editor หรือ template ยังพึ่ง 6.0 แต่อยากตรวจ
.tsทั้งโปรเจกต์ให้เร็วใน CLI - มีสคริปต์ codegen หรือเครื่องมือภายในที่เรียก compiler API
อยู่ 6 ไปก่อน ถ้า
- ยังมี deprecation ค้างและต้องพึ่ง
ignoreDeprecations - type check ไม่ใช่คอขวดของทีมตอนนี้ การดูแลสองเวอร์ชันจะเป็นภาระมากกว่าประโยชน์
ไม่ว่าเลือกทางไหน ก่อนเริ่มควรทำ
- ไล่ดูว่ามีอะไรใน repo ที่พึ่งแพ็กเกจ
typescriptบ้างnpm ls typescriptเป็นจุดเริ่มที่ดี - วัดเวลาแต่ละขั้นใน CI แยกกัน เพื่อดูว่า
tscกินเวลาจริงแค่ไหนเทียบกับ lint และ build - เขียนเหตุผลของการลงคู่ไว้ใน repo พร้อมเงื่อนไขว่าจะถอด
tsc6ออกเมื่อไร
ข้อสุดท้ายสำคัญกว่าที่คิดครับ การลงคู่กันเป็นของชั่วคราว ถ้าไม่เขียนเงื่อนไขถอดไว้ มันจะกลายเป็นของถาวรที่ไม่มีใครกล้าแตะ
ท้ายที่สุด
TypeScript 7 เป็นงานวิศวกรรมที่น่าทึ่ง และตัวเลขก็ทำให้อยากลองจริง ๆ ครับ แต่ tsc ที่เร็วขึ้นสิบเท่าไม่ได้แปลว่าวันทำงานของทีมเร็วขึ้นสิบเท่า เพราะงานของเราผ่าน linter, framework, editor และสคริปต์อีกหลายตัวที่ต้องคุยกับ compiler ให้รู้เรื่องก่อน
แพ็กเกจ @typescript/typescript6 จึงไม่ใช่เรื่องน่าอายของรุ่นใหม่ แต่เป็นการยอมรับตรง ๆ ว่า compiler ออกรุ่นใหม่ได้ในวันเดียว ส่วน ecosystem ต้องใช้เวลาตาม
ดังนั้นก่อนพิมพ์ npm install -D typescript ในโปรเจกต์จริง ผมจะถามแค่ว่า ในเครื่องมือทั้งหมดที่ใช้ typescript อยู่ ตัวไหนยังไม่พร้อม
ถ้าตอบได้ นั่นคือแผนอัปเกรดครับ ถ้าตอบไม่ได้ ก็เริ่มจาก npm ls typescript ก่อนเลย