All posts

5 min readSelf Development

แค่โชว์ตัวทุกวัน: ความสม่ำเสมอชนะแรงบันดาลใจ

แรงบันดาลใจมาไม่ตรงเวลา แต่การโชว์ตัวทุกวันทำได้แม้ในวันที่ไม่มีอารมณ์ บันทึกจากเดฟ·PM ที่ไม่มี routine สมบูรณ์แบบ มีแค่การกลับมาทำต่อทุกวัน

Sutthiphong NuanmaSoftware Developer

ขอพูดประเด็นก่อนเลยครับ

การโชว์ตัวทุกวัน สำคัญกว่าแรงบันดาลใจ

ไม่ใช่เพราะแรงบันดาลใจไม่ดี แต่เพราะมันมาไม่ตรงเวลา และเราไม่มีทางรู้ว่ามันจะมาวันไหน

ส่วนการโชว์ตัว เราเลือกได้ทุกวัน

ผมเคยเป็นคนทำงานตามอารมณ์

ช่วงที่ไฟมา ผมนั่งเขียน side project ยาวทั้งคืน เสาร์อาทิตย์หายเข้าไปในโค้ด

งานออกมาเยอะมากในช่วงสั้น ๆ แล้วก็หายไปเป็นสัปดาห์ บางทีเป็นเดือน

พอกลับมาอีกที ต้องเสียเวลาไปกับการจำว่าทำอะไรค้างไว้ โค้ดที่เขียนเองก็อ่านไม่ค่อยออก ความรู้ที่เพิ่งเรียนก็เลือนไปครึ่งหนึ่ง

ผมเพิ่งมาสังเกตทีหลังว่า ผลรวมของการทำแบบ sprint แล้วหาย มักน้อยกว่าการทำวันละนิดแบบไม่หยุด

เหตุผลไม่ซับซ้อน การทำต่อเนื่องไม่ต้องเสียค่า "เริ่มใหม่" บริบทยังอยู่ในหัว มือยังคุ้น และมันทบต้นไปเรื่อย ๆ

มุมแบบ grit ที่ผมได้มาจาก Hormozi

ช่วงหลังผมฟังคอนเทนต์ของ Alex Hormozi อยู่บ่อย ๆ

สิ่งที่ผมได้มาไม่ใช่สูตรธุรกิจ แต่เป็นทัศนคติเรื่องงานที่ตรงไปตรงมามาก ประมาณว่า ทำงานที่ต้องทำไปเรื่อย ๆ ต่อให้วันนั้นจะรู้สึกยังไงก็ตาม

ความรู้สึกเป็นแค่ข้อมูล ไม่ใช่คำสั่ง

วันที่ไม่อยากทำ ไม่ได้แปลว่าห้ามทำ แค่แปลว่าวันนี้จะยากกว่าปกติหน่อย

ผมไม่ได้เห็นด้วยกับทุกอย่างที่เขาพูด และไม่คิดว่าทุกคนต้อง grind หนักแบบเดียวกัน แต่แก่นเรื่อง "ทำต่อไป ไม่ต้องรอให้อยากทำ" เป็นสิ่งที่เปลี่ยนวิธีทำงานของผมจริง

ชีวิต PM ไม่มี routine ที่สมบูรณ์แบบ

ตรงนี้ผมอยากพูดให้ตรงกับความจริง

คอนเทนต์เรื่อง productivity ชอบเสนอ morning routine สวย ๆ ตื่นตีห้า ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ deep work สี่ชั่วโมง

ชีวิตผมไม่ได้เป็นแบบนั้นครับ

บางวันประชุมติดกันตั้งแต่เช้าถึงเย็น บางวัน production มีปัญหาตอนสามทุ่ม บางวันลูกค้าเปลี่ยน requirement กลางสัปดาห์

ถ้าผมรอ routine ที่สมบูรณ์ ผมจะไม่ได้เริ่มอะไรเลย

สิ่งที่ผมเปลี่ยนคือ เลิกถามว่า "วันนี้ทำตาม routine ได้ครบไหม" แล้วถามแค่ว่า "วันนี้โชว์ตัวหรือยัง"

โชว์ตัว ไม่ได้แปลว่าต้องทำเต็มที่

ผมพลาดเรื่องนี้บ่อยที่สุด

ผมเคยคิดว่า ถ้าจะทำทุกวัน ทุกวันต้องได้งานเท่ากัน

ผลคือวันไหนเหนื่อย ทำได้ไม่ถึงมาตรฐานที่ตั้งไว้ ผมก็เลือกไม่ทำเลย แล้วต่อด้วยวันที่สอง วันที่สาม จนกลายเป็นเลิก

ตอนนี้ผมแยกเป็นสองระดับ

  • วันปกติ ทำตามแผน เช่น เขียนโค้ด side project หนึ่งชั่วโมง
  • วันแย่ ทำขั้นต่ำที่สุดที่ยังนับว่าโชว์ตัว เช่น เปิดโปรเจกต์ แก้ typo หนึ่งจุด หรือจดว่าพรุ่งนี้จะทำอะไรต่อ

วันแย่ไม่ได้สร้างผลงานอะไรมาก แต่มันรักษาสิ่งที่สำคัญกว่าไว้ คือความต่อเนื่อง และตัวตนของการเป็นคนที่ไม่หายไป

ตัวอย่างจริงของการโชว์ตัว

ไม่มีอะไรหวือหวา ทุกข้อเล็กพอที่จะทำได้แม้ในวันที่แย่ที่สุด

1. Standup คือการโชว์ตัวที่ง่ายที่สุด

daily standup ของทีมเป็นตัวอย่างที่ดีมากของสิ่งที่ผมพูดถึง

ไม่มีใครคาดหวังว่าทุกวันจะมีความคืบหน้ายิ่งใหญ่ บางวันคำตอบคือ "เมื่อวานติดอยู่ที่ bug ตัวเดิม วันนี้จะลองอีกทาง"

แต่การที่ทุกคนมาบอกสถานะทุกวัน ทำให้ปัญหาไม่เงียบหายไปเป็นสัปดาห์ และทีมยังเดินไปทางเดียวกัน

ผมเริ่มใช้หลักเดียวกันกับงานส่วนตัว ทุกเช้าจดสั้น ๆ ว่าเมื่อวานทำอะไร วันนี้จะทำอะไร ติดอะไร ใช้เวลาไม่ถึงสองนาที

2. เขียนแค่หนึ่งย่อหน้า

บทความในบล็อกนี้หลายเรื่องเริ่มจากเป้าที่เล็กมาก คือเขียนวันละหนึ่งย่อหน้า

หนึ่งย่อหน้าไม่น่ากลัว ทำได้ในช่วงพักกินข้าว หรือก่อนนอน

บางวันเขียนได้ย่อหน้าเดียวจริง ๆ บางวันพอเริ่มแล้วไหลไปได้ทั้งหัวข้อ

สิ่งที่ผมเรียนรู้คือ แรงบันดาลใจมักมาหลังจากที่เริ่มไปแล้วสักพัก ไม่ใช่ก่อน

3. Ship เล็ก ๆ ให้บ่อย

side project ของผมเคยตายมาหลายตัว เพราะรอให้มัน "เสร็จ" ก่อนค่อยปล่อย

ตอนนี้ผมพยายาม ship อะไรสักอย่างให้บ่อยที่สุด แก้ bug หนึ่งตัว เพิ่มปุ่มหนึ่งปุ่ม ปรับ README ให้อ่านง่ายขึ้น

แต่ละ commit เล็กจนไม่มีใครสังเกต แต่พอผ่านไปสามเดือน โปรเจกต์ที่เคยนิ่งก็ขยับไปไกลกว่าที่คิด

4. ทิ้งงานค้างไว้ให้ตัวเองพรุ่งนี้

แทนที่จะปิดงานให้จบสวย ผมมักทิ้งไว้ตรงจุดที่รู้ชัดว่าขั้นต่อไปคืออะไร

บางทีเขียนเป็น comment ไว้ในโค้ดเลยว่า "ต่อจากตรงนี้: เพิ่ม validation ให้ form"

วันรุ่งขึ้นไม่ต้องคิดว่าจะเริ่มตรงไหน นั่งลงแล้วทำต่อได้ทันที แรงต้านในการโชว์ตัวก็ลดลงไปเยอะ

5. พลาดได้ แต่ไม่พลาดสองวันติด

จะมีวันที่ป่วย ไปต่างจังหวัด หรือแค่ลืม

ผมไม่นับว่ามันคือความล้มเหลว กฎเดียวที่พยายามรักษาคือ อย่าให้พลาดสองวันติดกัน

พลาดหนึ่งวันคืออุบัติเหตุ พลาดหลายวันติดคือจุดเริ่มต้นของนิสัยใหม่ที่เราไม่ได้อยากได้

ทำไมเรื่องนี้สำคัญขึ้นในยุค AI

AI ทำให้งานหลายอย่างเร็วขึ้นมาก ร่างโค้ด ร่างเอกสาร หรือลอง idea ใหม่ทำได้ในไม่กี่นาที

ข้อดีคือเราผลิตได้มากขึ้น แต่ผมสังเกตว่ามันทำให้ติดกับดักแบบ sprint ได้ง่ายขึ้นด้วย

ทำได้เยอะในวันเดียว รู้สึกว่าพอแล้ว แล้วหายไปอีกหลายวัน

สิ่งที่ AI ยังทำแทนเราไม่ได้คือ ความเข้าใจที่สะสมจากการกลับมาดูเรื่องเดิมซ้ำ ๆ และ judgment ที่ค่อย ๆ คมขึ้นจากการเจอปัญหาจริงทีละเล็กละน้อย

สองอย่างนี้ไม่มีทางลัด มันมาจากการโชว์ตัวเท่านั้น

สรุป

ความเก่งเป็นของดี แรงบันดาลใจก็เป็นของดี แต่ทั้งสองอย่างไม่มีประโยชน์ถ้าเราไม่อยู่ตรงนั้นเพื่อใช้มัน

ไม่ต้องมี routine สมบูรณ์แบบ ไม่ต้องทำเต็มที่ทุกวัน ไม่ต้องรอให้พร้อม

แค่ทำสิ่งที่เล็กที่สุดที่ยังนับว่าได้เริ่ม เข้า standup จดหนึ่งบรรทัด เขียนหนึ่งย่อหน้า ship หนึ่ง commit

พรุ่งนี้ลองถามตัวเองแค่ข้อเดียวครับ วันนี้ผมโชว์ตัวหรือยัง